รูปแบบของธุรกิจ

รูปแบบองค์กรธุรกิจ

การประกอบธุรกิจการค้าอาจดำเนินการได้หลายรูปแบบ ทั้งโดยบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของกิจการโดยลำพัง หรืออาจดำเนินการโดยร่วมลงทุนกับบุคคลอื่นเป็นกลุ่มคณะก็ได้ การที่จะตัดสินใจเลือกดำเนินธุรกิจการค้าในรูปแบบใดนั้น ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบที่สำคัญหลายประการด้วยกัน เช่น ลักษณะของกิจการค้า เงินทุน ความรู้ความสามารถในการดำเนินธุรกิจเป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การประกอบธุรกิจนั้นประสบผลสำเร็จนำมาซึ่งผล ประโยชน์และกำไรสูงสุด

11

ธุรกิจเจ้าของคนเดียว

ลักษณะของกิจการประเภทนี้คือ การตัดสินใจต่าง ๆ เป็นสิทธิของผู้เป็นเจ้าของเพียงคนเดียว การตัดสินใจต่าง ๆ อยู่ในลักษณะ คิดคนเดียว ทำคนเดียว  ซึ่งผลดีคือตัดสินใจง่ายและรวดเร็ว   แต่ผลจากการคิดคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นผลดี…ได้กำไร หรือเป็นผลเสีย….ขาดทุน ก็รับผลคนเดียวเต็ม ๆ   ซึ่งลักษณะธุรกิจประเภทนี้จะดีมากถ้าเจ้าของไม่มีปัญหาเรื่องเงินทุนหมุนเวียน เพราะธุรกิจประเภทนี้ไม่สามารถระดมทุนจากใครได้

ลักษณะการเสียภาษี เป็นไปตาม  “อัตราก้าวหน้า”    ซึ่งหมายถึง   ถ้ารายได้มาก

ก็จะเสียภาษีมาก  โดยอัตราภาษี สูงสุด ถึง  37%   ของกำไรหลังหักค่าใช้จ่าย นั่นคือ ค่าใช้จ่ายจะถูกกำหนดไว้ เป็น 2 ลักษณะ  คือ อัตราเหมา ( กำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ตายตัวตามประเภทของธุรกิจ)    และค่าใช้จ่ายตามจริง   (ต้องอ้างอิงเอกสารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่สรรพากรยอมรับได้   หลังจากนั้นจึงนำมาหักค่าลดหย่อนส่วนตัว จึงจะเป็นฐานภาษีสำหรับคำนวณภาษีที่ต้องชำระ

ประเภทของห้างหุ้นส่วน

ประเภทของห้างหุ้นส่วน ตามประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์  ได้จำแนกห้างหุ้นส่วนเป็น  2 ประเภท คือ

  1. ห้างหุ้นส่วนสามัญ
  2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด

ห้างหุ้นส่วนสามัญ

  • ห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งมีผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกเดียว  โดยผู้ถือหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนไม่จำกัดจำนวน
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญ จะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ได้  ดังนั้นจึงแยกได้เป็น 2  ประเภทคือ
  1. ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียน ซึ่งไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
  2. ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน  ซึ่งมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย  และมีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า “ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล”

ห้างหุ้นส่วนจำกัด

  • ห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งมีผู้เป็นหุ้นส่วน  2  จำพวก  คือ
  1. หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด  ได้แก่  ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียหรือหลายคน  ซึ่งรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเนที่ตนรับว่าจะลงทุนในห้างหุ้นส่วนเท่านั้น
  2. หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด  ได้แก่ หุ้นส่วนคนเดียวหรือหลานคนซึ่งรับผิดในบรรดาหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน

บริษัทจำกัด

ตั้งขึ้นด้วยการแบ่งทุนเป็นหุ้น  แต่ละหุ้นมีมูลค่าเท่าๆกัน  โดยผู้ถือหุ้นต่างรับผิดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังไม่ใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ  ซึ่งลักษณะของบริษัทจำกัด  สรุปได้ดังนี้

  1. แบ่งหุ้นออกเป็นหุ้นละเท่าๆกัน
  2. ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงเงินค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ
  3. มูลค่าของหุ้นๆหนึ่งนั้น ต้องไม่ต่ำกว่า  5 บาท
  4. หุ้นหนึ่งนั้นแบ่งแยกไม่ได้

บริษัทมหาจำกัด

บริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยประสงค์ที่จะเสนอขายหุ้นต่อประชาชน  โดยผู้ถือหุ้นมีความรับผิดจำกัดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ต้องชำระ  และบริษัทดังกล่าวได้ระบุความประสงค์เช่นนั้นไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ

ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด  พ.ศ.2535  ได้กำหนดลักษณะโครงสร้างของบริษัทมหาชนจำกัด  ไว้ดังนี้

  1. จำนวนผู้ถือหุ้น  มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่  15 คนขึ้นไป
    1. ทุนจดทะเบียน  ไม่มีการกำหนดจำนวนทุนจดทะเบียนขั้นต่ำไว้
    2. มูลค่าหุ้นและการชำระเงินค่าหุ้น  หุ้นของบริษัทมหาชนจำกัดแต่ละหุ้นจะต้องมีมูลเท่ากัน  และต้องชำระค่าหุ้นครั้งเดียวเต็มมูลค่าหุ้น
    3. จำนวนกรรมการ  ต้องมีจำนวนกรรมการของบริษัทไม่น้อยกว่า  5 คน และกรรมการไม่น้องกว่ากึ่งหนี่งต้องมีที่อยู่ในประเทศไทย

    โดย วคพ.492

1.นายตุลยพิธ       ส่งศรีเกตุ        เลขที่ 11

2.นายธรรมรักษ์   พานิชย์           เลขที่ 13

3.นายธีรวัฒน์        สุวรรณวัฒน์   เลขที่ 14

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: